ข้าวเหนียวดำมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดข้าวเหนียวดำมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

ข้าว เป็นอาหารหลักของคนไทยที่ไม่ใช่เพียงหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้เพียงเท่านั้น แต่ข้าวยังถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน


ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่ปลูกข้าวได้อันดับต้นๆของโลก ซึ่งพันธุ์ข้าวที่เพาะปลูกก็มีหลากหลายมากมาย แต่ละพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์และประโยชน์ที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นข้าวสายพันธ์ข้าวเหนียว หากนึกถึงคำว่าข้าวเหนียวอาจจะนึกถึงคำว่านึ่งภาษาพื้นเมืองของชาวเหนือและชาวอิสาน แต่จริงๆแล้วข้าวก่ำนอกจากนึ่งแล้วสามารถหุงโดยใช้หม้อหุงข้าวได้ รับประทานคล้ายๆข้าวกล้อง จะหุงโดยใช้ข้าวสารหอมมะลิ 1 หรือ 2 ถ้วยต่อข้าวก่ำ 1 กำมือ หรือจะหุงข้าวก่ำทั้งหม้อก็ได้ สัดส่วนหรือปริมาณแล้วแต่ผู้บริโภคว่าต้องการรับคุณประโยชน์และสารอาหารจากข้าวชนิดนี้มากน้อยเพียงใดโดยหากพิจารณาถึงสารอาหารที่สำคัญแล้ว ข้าวเหนียวดำก็ถือเป็นอีกหนึ่งพันธุ์ข้าวที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ดังนี้

1.ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ในข้าวเหนียวดำมีสาร “แกมมาโอไรซานอล” (gamma oryzanol) ซึ่งสามารถลดไขมันอุดตันในหลอดเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้

  1. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

สาร “แอนโทไซยานิน (anthocyanin)” ที่พบในข้าวเหนียวดำของไทยมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอดอย่างชัดเจน

  1. ป้องกันโรคโลหิตจาง

ในข้าวเหนียวดำมีธาตุเหล็กที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งหากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้

และนอกเหนือจากนี้การบริโภคข้าวเหนียวดำเป็นประจำจึงมีส่วนในการช่วยลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และช่วยเพิ่มระดับของไขมันชนิดดี (HDL) ในเลือด มีผลต่อการทำงานของต่อมใต้สมอง ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารและการรวมตัวของเกล็ดเลือด ลดนํ้าตาลในเลือดและเพิ่มระดับของฮอร์โมนอินซูลิน ของคนเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกทั้งยังช่วยกระตุ้น Growth Hormone ในร่างกายได้ด้วย นอกจากนี้สีดำในข้าวเหนียวดำประกอบด้วยสารสีสำคัญอย่าง แอนโทไซยานิน (anthocyanin) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยการหมุนเวียนของกระแสโลหิต และชะลอการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย นอกจากนี้ในเมล็ดข้าวเหนียวดำยังพบสารประกอบอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ได้แก่ กรดอะมิโนไลซีน (lysine) ธาตุเหล็กสังกะสี และวิตามินสารอาหารเหล่านี้จะส่งเสริมให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ชะลอการแก่ของเซลล์ และช่วยสนับสนุนระบบการทำงานของประสาท หัวใจ และกล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันข้าวเหนียวดำเริ่มมีบทบาทในการเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมการประกอบอาหารคาว ขนมหวาน ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น การส่งเสริมการปลูกและการวิจัยและพัฒนาจะช่วยให้การใช้งานข้าวเหนียวดำหลากหลายมากยิ่งขึ้น และถือเป็นการยกระดับให้แก่เกษตรกรไทยอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นเราเป็นคนไทยเมื่อรู้แล้วว่าข้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ก็ควรช่วยกันพัฒนา ปรับปรุง ปละวิจัยพันธุ์ข้าวให้มีประโยชน์ต่อไป และช่วยกันกินช่วยกันใช้ของไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้